การเลือกซื้อกล้องระดับ: ปัจจัยที่ควรพิจารณา

Last updated: 18 มี.ค. 2568  |  41 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การเลือกซื้อกล้องระดับ: ปัจจัยที่ควรพิจารณา

กล้องระดับ (Auto Level / Digital Level) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการวัดระดับและความสูงในงานก่อสร้าง งานสำรวจ และงานวิศวกรรมโยธา หากคุณกำลังมองหากล้องระดับที่เหมาะกับงานของคุณ นี่คือปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา

1. ประเภทของกล้องระดับ
ก่อนเลือกซื้อ ควรเข้าใจประเภทของกล้องระดับ เพื่อให้เลือกได้ตรงกับงานที่ต้องการ

1) กล้องระดับอัตโนมัติ (Auto Level / Dumpy Level)
ใช้ ระบบลูกดิ่งชดเชยอัตโนมัติ ทำให้ปรับระดับง่ายและเร็ว
ให้ค่าความแม่นยำสูง เหมาะกับงานก่อสร้างและสำรวจ
ต้องใช้ ไม้สตาฟ (Staff Rod) และผู้ช่วยในการอ่านค่า

2) กล้องระดับดิจิตอล (Digital Level)
ใช้ เทคโนโลยีดิจิตอล ในการอ่านค่าจากไม้สตาฟพิเศษ
ลดข้อผิดพลาดในการอ่านค่าด้วยตา
เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูงและต้องวัดระยะบ่อย
เลือกประเภทกล้องระดับให้เหมาะกับลักษณะงานที่ต้องใช้

2. กำลังขยายของเลนส์ (Magnification Power)
กำลังขยายของกล้องระดับ มีผลต่อความชัดเจนและระยะการมองเห็นของเป้าหมาย
กำลังขยาย
การใช้งานที่เหมาะสม
20x - 24x งานก่อสร้างทั่วไป งานสำรวจระยะใกล้ (30-50 ม.)
26x - 28x งานโยธา งานถนน (50-100 ม.)
30x - 32x งานสำรวจภูมิประเทศ งานที่ต้องการความแม่นยำสูง (มากกว่า 100 ม.)
เลือกกำลังขยายที่เพียงพอต่อระยะวัดที่ต้องการ

3. ความแม่นยำในการวัดระดับ (Accuracy)
ค่าความคลาดเคลื่อนของกล้องระดับมักแสดงเป็น mm per km ตัวอย่างเช่น
±1.5 mm/km → แม่นยำสูง เหมาะกับงานวิศวกรรม
±2.5 mm/km → เหมาะกับงานก่อสร้างทั่วไป
±5.0 mm/km → ใช้ในงานเบื้องต้น ไม่เน้นความละเอียด

เลือกกล้องที่มีค่าความแม่นยำตรงกับประเภทงานของคุณ

4. ระบบปรับระดับอัตโนมัติ (Compensator)
ระบบปรับระดับอัตโนมัติ (Automatic Compensator) ช่วยให้การปรับระดับง่ายขึ้น
ควรเลือกกล้องที่มีระบบชดเชยอัตโนมัติแบบแม่เหล็ก (Magnetic Damping)
ลดการคลาดเคลื่อนเมื่อลมแรงหรือขาตั้งขยับเล็กน้อย
หากต้องการความแม่นยำสูง ควรเลือกระบบปรับระดับที่เสถียร

5. ความทนทานและมาตรฐานกันน้ำ (Durability & IP Rating)
เลือกกล้องระดับที่กันฝุ่นและกันน้ำ โดยดูจากค่า IP Rating
มาตรฐานกันน้ำ
ระดับการป้องกัน
IP54 ป้องกันฝุ่นละอองและน้ำกระเด็น
IP65 กันน้ำและฝุ่นได้ดี เหมาะกับงานภาคสนาม
IP67 กันน้ำลึก 1 เมตร เหมาะกับงานหนัก
เลือกกล้องที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้งาน

6. อุปกรณ์เสริมที่จำเป็น
การเลือกอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสมช่วยให้ใช้งานกล้องระดับได้สะดวกขึ้น
ขาตั้งกล้อง (Tripod) – ควรเลือกขาตั้งที่แข็งแรง ปรับระดับได้ง่าย
ไม้สตาฟ (Staff Rod) – ควรเลือกระยะความยาวให้เหมาะสมกับงาน
ฝาครอบป้องกันเลนส์ – ป้องกันฝุ่นและรอยขีดข่วน
ตรวจสอบว่าอุปกรณ์เสริมรวมอยู่ในชุดกล้องหรือไม่ก่อนซื้อ

7. ราคาและงบประมาณ
ราคาของกล้องระดับขึ้นอยู่กับ ยี่ห้อ ฟังก์ชัน และความแม่นยำ
 ราคากล้องระดับโดยประมาณ
กล้องระดับอัตโนมัติ (Auto Level) เริ่มต้นที่ 5,000 - 25,000 บาท
กล้องระดับดิจิตอล (Digital Level) เริ่มต้นที่ 30,000 - 100,000 บาท
เลือกกล้องระดับที่มีฟังก์ชันเพียงพอสำหรับงานของคุณ โดยไม่จำเป็นต้องแพงเกินไป

8. ยี่ห้อและศูนย์บริการ
แบรนด์ที่นิยมในตลาด ได้แก่
Leica – ความแม่นยำสูง ใช้ในงานสำรวจ
Topcon – ทนทาน ใช้งานง่าย
Sokkia – ราคาคุ้มค่า เหมาะกับงานทั่วไป
Nikon – ระบบออปติกดีเยี่ยม
Spectra – คุ้มค่าในราคาประหยัด
เลือกแบรนด์ที่มีศูนย์บริการในประเทศ และอะไหล่หาง่าย

สรุป: วิธีเลือกซื้อกล้องระดับที่เหมาะกับคุณ
เลือกประเภทกล้อง – Auto Level หรือ Digital Level
เลือกกำลังขยายของเลนส์ – ขึ้นอยู่กับระยะวัด
ตรวจสอบค่าความแม่นยำ – ดูค่าความคลาดเคลื่อนที่เหมาะกับงาน
เลือกระบบปรับระดับที่เสถียร – เพื่อลดความผิดพลาด
ตรวจสอบมาตรฐานกันน้ำและกันฝุ่น – สำคัญสำหรับงานภาคสนาม
เลือกอุปกรณ์เสริมที่จำเป็น – ขาตั้ง ไม้สตาฟ
พิจารณาราคาและงบประมาณ – ควรเลือกตามการใช้งาน
เลือกแบรนด์ที่เชื่อถือได้ – มีศูนย์บริการและอะไหล่รองรับ


ยินดีให้คำปรึกษาแนะนำ กล้องระดับ กล้องวัดมุม กล้องประมวลผลรวม และบริการหลังการขาย : บริษัท พี นัมเบอร์วัน อินสตรูเม้นท์ จำกัด

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้